นายเอเดน จอห์น ไลนัม

กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม

ปี 2563 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอนในทางธุรกิจปีหนึ่งและเป็นปีแห่งประวัติการณ์จากการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือโควิด-19 ซึ่งมีผลกระทบอย่างหนักกับกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศที่กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงดำเนินธุรกิจอยู่ ผลการดำเนินงานโดยรวมของกลุ่มบริษัทฯ ปี 2563 ประสบกับการลดลงของรายได้ร้อยละ 12 ทำให้กลุ่มบริษัทฯ ต้องปรับการบริหารจัดการภาวะวิกฤตทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและรอบคอบ โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมทั้งในด้านของการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานภายในกลุ่มบริษัทฯ และนำวิกฤตการณ์มาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร และการปรับปรุงประสิทธิภาพภายในองค์กร โดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนในการทำให้องค์กรกลับมาแข็งแกร่ง ภายใต้สถานการณ์ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)

การรับมือและการตอบสนองต่อสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจภายในปี 2563 กลุ่มบริษัทฯ ได้นำความคิดริเริ่มใหม่ ๆ รวมถึงการปรับปรุงการทำงานในหลายด้าน เพื่อทำให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตได้อย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ เหล่านี้เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีส่วนต่างของผลกำไรปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในหลายกลุ่มธุรกิจ ซึ่งนำไปสู่ผลกำไรสุทธิในปี 2563 สูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาร้อยละ 17

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาของความไม่แน่นอนนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และยังคงพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรอย่างยั่งยืน

สำหรับประเทศไทย ซึ่งสภาพเศรษฐกิจในช่วงต้นปีมีการชะลอตัวอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชี้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงกลางปีมีการชะลอตัวมากขึ้นในภาคการก่อสร้างอาคารประเภทที่พักอาศัย และการลงทุนจากภาครัฐทางด้านสาธารณูปโภคซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนอุปทานก็ยังคงเป็นไปช้ากว่าที่วางแผนไว้ ในขณะที่ราคาของผลิตภัณฑ์ในตลาดส่งออกได้ปรับตัวลดลง บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจหยุดสายการผลิตปูนซีเมนต์ จำนวน 1 สายการผลิตที่โรงงานจังหวัดสระบุรีเพื่อปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตปูนซีเมนต์ให้สอดคล้องกับความต้องการที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นบริษัทฯ ยังได้นำแนวคิดริเริ่มใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรในการผลิตปูนซีเมนต์ให้กับฝ่ายกิจการสระบุรี เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในการผลิตเพื่อจัดจำหน่ายทั้งตลาดภายในประเทศและการส่งออกไปต่างประเทศอย่างเพียงพอ

ผลลัพธ์ที่ได้จากการลดต้นทุนด้านพลังงาน รวมทั้งการปรับตัวลดลงของต้นทุนในกลุ่มธุรกิจคอนกรีต หิน และทรายในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการปรับตัวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนของอัตรากำไรจากผลการดำเนินงานและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

บริษัท สยาม ซิตี้ เทรดดิ้ง จำกัด ได้เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายของลูกค้าและกิจกรรมการค้าขายด้วยการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง อาทิ ประเทศจีน ไต้หวัน บังกลาเทศ และออสเตรเลีย รวมทั้งจัดส่งไปยังบริษัทในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงที่ต่างประเทศอีกด้วย

กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้างทั้งในประเทศไทยและอินโดนีเซีย ได้รับผลกระทบจากการลดลงของภาคการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย และการชะลอตัวลงอย่างชัดเจนของกิจกรรมการขายปลีกแบบโมเดิร์นเทรด ในขณะที่ธุรกิจกำจัดของเสีย อินทรี อีโคไซเคิล พบว่ามีการลดลงของจำนวนโครงการบริการทางด้านอุตสาหกรรมในกลุ่มของอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และปิโตรเคมีทั่วประเทศ

นอกจากประเทศไทยแล้ว การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในต่างประเทศก็ต้องเผชิญกับความกดดันทางด้านรายได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงตลอดทั้งปี 2563 เนื่องมาจากสภาพตลาดที่หดตัวและแรงกดดันในด้านราคาของผลิตภัณฑ์ บริษัท สยาม ซิตี้ ซีเมนต์ (เวียดนาม) จำกัด สามารถชดเชยในส่วนนี้ได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ การลดต้นทุนด้านพลังงาน และการปรับปรุงผลการดำเนินงานของแผนกบริหารจัดการกากของเสียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในขณะที่การดำเนินธุรกิจในประเทศศรีลังกา ที่ตลาดถูกผลกระทบอย่างหนักในช่วงของการปิดประเทศ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ในไตรมาสที่สอง แต่ก็ยังสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการทำกำไรโดยรวมและเพิ่มผลประกอบการของรายได้สุทธิมากกว่าปีที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ จากการปรับตัวลดลงของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานความร้อน

ในทำนองเดียวกันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ในประเทศบังกลาเทศก็ประสบความสำเร็จในผลประกอบการที่สูงกว่าปีที่แล้วด้วยการมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการลดต้นทุน นอกจากนี้ยังสามารถชดเชยภาษีของรัฐที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าวัตถุดิบได้บางส่วน

ถึงแม้ราคาผลิตภัณฑ์ในตลาดประเทศกัมพูชาจะได้รับผลกระทบอย่างหนักในปี 2563 จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างที่กำลังสดใสต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน แต่ธุรกิจก็ยัง มีผลประกอบการที่ดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว ด้วยปัจจัยเสริมจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง และการเริ่มดำเนินการของธุรกิจอีโคไซเคิลที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการของเสีย

ในปี 2564 ที่จะมาถึงนี้กลุ่มบริษัทฯ มีความมั่นใจอย่างมากในมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพทางโครงสร้างและต้นทุนที่กลุ่มบริษัทฯ ได้ริเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 ให้เกิดความยั่งยืน และเมื่อแนวโน้มทิศทางตลาดได้เริ่มมีการปรับตัวดีขึ้น กลุ่มบริษัทฯ มีความตั้งใจที่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นและกระแสเงินสดที่ดีขึ้นเอาไว้เช่นกัน

ในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นในการลดผลกระทบที่เกิดจากการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็พยายามลดผลกระทบที่มี ต่อความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งเกิดจากการทำเหมืองของกลุ่มบริษัทฯ ให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด นอกจากนี้กลุ่มบริษัทฯ ยังคงยึดถือมาตรฐานสูงสุดในระดับสากลของธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลกิจการขององค์กรและข้อปฏิบัติของอุตสาหกรรมทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งยังคงมุ่งมั่น และปฏิบัติตามแนวทางของการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมกับพนักงานและชุมชนรอบข้างอีกด้วย

ผมในฐานะตัวแทนคณะเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ได้ให้ความไว้วางใจและได้รับการสนับสนุนอย่างดีตลอดมาจากผู้ถือหุ้น คณะกรรมการ ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน คณะเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มขอให้ความมั่นใจแก่ทุกท่านว่า เราจะทุ่มเททำงานเพื่อให้สามารถตอบสนองตรงกับความต้องการ หรือ เกินความคาดหวังของท่านในปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป