SET : SCCC
ราคาล่าสุด 139.00 THB

นายพอล ไฮนซ์ ฮูเกนโทเบลอร์

ประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ในปีที่ผ่านมา เราได้เผชิญกับทั้งภาวะผันผวนอย่างรุนแรงสลับกับภาวะหยุดนิ่งทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจของทุกประเทศที่กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจ แม้นโยบายภาครัฐจะมุ่งเน้นเรื่องการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และการระดมเงินทุนในประเทศผ่านการขยายการลงทุนในภาคส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ภาคส่วนอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย แต่การก่อสร้างกลับมีผลกระทบจากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐล่าช้า อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยที่ล้นตลาดจำนวนมากในประเทศไทยและเวียดนามได้เพิ่มความหวาดวิตกต่อนักลงทุนปัจจุบัน รวมถึงผู้ที่ต้องการเข้ามาลงทุน อีกทั้ง สถาบันการเงินต่าง ๆ เข้มงวดกับการกำหนดเงื่อนไขการปล่อยกู้มากขึ้น ทำให้หนี้ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น ทิศทางของอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ดูซบเซานี้ยังคงไม่ชัดเจนจากความท้าทายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสงครามการค้าและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม ถึงแม้ว่าจะยังมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล ซึ่งยังเป็นตัวขับเคลื่อนในเชิงบวกอยู่ แต่ก็ส่งผลน้อยมากเมื่อเทียบกับยุคก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการปรับฐานการผลิตและโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงนี้ อาทิ การลดการผลิตปูนซีเมนต์และปูนเม็ดตามสภาวะตลาดส่งออกที่หดหายไป ส่วนฐานการผลิตในประเทศเวียดนามและศรีลังกาก็ได้หยุดพักการผลิตชั่วคราวจนกว่าระดับของอุปสงค์จะฟื้นตัว สภาวะความไม่แน่นอนในระดับโลกและภูมิภาคเหล่านี้ ส่งผลต่ออุปสงค์ของวัสดุก่อสร้างทั้งในปี 2568 และต่อไปในอนาคต ฝ่ายบริหารจึงได้รับมอบหมายหน้าที่ให้พัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของของหน่วยธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและด้วยความมุ่งมั่น ในด้านข่าวดี เราได้เริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตที่ 84 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมงที่จังหวัดสระบุรี และเริ่มโครงการเหมืองหิน ขนาดกำลังการผลิต 1.2 ล้านตันต่อปีที่จังหวัดชลบุรี เพื่อสนองต่อปริมาณความต้องการใช้หินและทรายบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยทั้งสองโครงการได้ก่อสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 หรือ ต้นปี 2569 และจะส่งผลด้านบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

เริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้า
พลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิต

84เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง

โครงการเหมืองหิน
ที่จังหวัดชลบุรี

1.2ล้านตัน

ในปี 2567 ผู้ถือหุ้นใหญ่อันสองของบริษัทฯ คือ บริษัท จาร์ดีน ไซเคิล แอนด์ แคริเอจ จำกัด ได้ขายหุ้นของบริษัทฯ ทั้งหมดให้กับกลุ่มรัตนรักษ์ มีผลให้ต้องมีการเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ รวมทั้งของบริษัท ลานนา รีซอร์เซส จำกัด (มหาชน) (LANNA) และของ บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (TAE) โดยการเสนอซื้อดังกล่าวแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2567 ส่งผลให้ในปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทฯ มีการถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวนประมาณ ร้อยละ 79.06 และส่งผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นของ LANNA ร้อยละ 61.44 โดยมี LANNA ถือหุ้นของ TAE ร้อยละ 51

คณะกรรมการบริษัท มีความยินดีที่จะรายงานผลประกอบการปี 2567 ว่า กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น อยู่ที่ 5,388 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 2,682 ล้านบาทในปี 2566 อย่างไรก็ตาม โดยเมื่อพิจารณาถึงความท้าทายต่าง ๆ กลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ที่ยังคงเผชิญ ประกอบกับความจำเป็นในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ หลังจากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน LANNA คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเสนอเงินปันผล ประจำปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 11 บาท ให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 32 (ปี 2568) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณพนักงานทุกท่าน สำหรับความทุ่มเทและความร่วมแรงร่วมใจ ที่ทำให้กลุ่มบริษัทฯ ยังคงได้เติบโตต่อไปอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง พันธมิตรทางการค้าที่ทำงานร่วมกับเราด้วยมาตรฐานและความเป็นมืออาชีพ รวมถึงทุกภาคส่วนที่สนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในทุกท้องที่