เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการธรรมภิบาล ประกอบด้วยสมาชิกสามท่าน โดยมีประธานและกรรมการ รวมสองท่านเป็นกรรมการอิสระ และอีกท่านเป็นที่ปรึกษาของบริษัทซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี กรรมการทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระ เป็นไปตามกฎบัตรคณะกรรมการธรรมาภิบาล และมุ่งมั่นส่งเสริมให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับสากล ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนรักษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัท
สำหรับการดำเนินงานและความเห็นของคณะธรรมาภิบาล ประจำปี 2568 สามารถสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
- การประชุมและการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาล
ในปี 2568 คณะกรรมการธรรมาภิบาลจัดประชุมรวมทั้งสิ้นสามครั้ง มากกว่าที่กำหนดไว้ในกฎบัตร โดยกรรมการทุกท่านเข้าร่วมประชุมครบทุกครั้ง และปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลภายใต้อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ จากการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี โดยกระบวนการประเมินแบบไขว้ (Cross Assessment) ซึ่งกรรมการบริษัททั้ง 12 ท่านร่วมให้ความเห็น คณะกรรมการธรรมาภิบาลได้รับคะแนนประเมินผลการปฏิบัติงานร้อยละ 93 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของคณะกรรมการบริษัทต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการธรรมาภิบาล
- การกำกับดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม
คณะกรรมการธรรมาภิบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียม โดยสนับสนุนให้บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ผ่านหลักเกณฑ์และกระบวนการพิจารณาที่โปร่งใส เป็นธรรม และชัดเจน สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ไม่ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นเสนอวาระหรือเสนอชื่อกรรมการเพิ่มเติม
- กำกับดูแลการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี
คณะกรรมการธรรมาภิบาลได้ทบทวนและให้ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับนโยบายและเอกสารหลักด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่ ระเบียบปฏิบัติองค์กร นโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายและแนวปฏิบัติดังกล่าวมีความเหมาะสม สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจในปัจจุบัน และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและแนวปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป
- การติดตามกฎเกณฑ์และมาตรฐานด้านการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการธรรมาภิบาลติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์ แนวปฏิบัติ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงเกณฑ์และมาตรฐานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค เช่น การประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน (CGR), รายการตรวจสอบการจัดประชุมผู้ถือหุ้น (AGM Checklist), การประเมิน SET ESG Rating และ ASEAN CG Scorecard โดยรายงานความคืบหน้าและพัฒนาการดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของบริษัทเป็นไปอย่างครบถ้วนและสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ในปี 2568 บริษัทได้รับการประเมินผลการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ในระดับ 5 ดาว (ดีเลิศ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 ได้รับ SET ESG Rating ระดับ AA ต่อเนื่องเป็นปีที่เจ็ด และได้รับการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบการกำกับดูแลกิจการและความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย
โดยสรุป คณะกรรมการธรรมาภิบาลมีความเห็นว่า จากผลการปฏิบัติงานดังกล่าว เมื่อพิจารณาร่วมกับกรอบและแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการในด้านอื่นของกลุ่มบริษัท ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียสามารถเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสม และมีวัฒนธรรมองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างคุณค่าในระยะยาวของบริษัท