SET : SCCC
ราคาล่าสุด 139.00 THB

ดร. โทมัส คอช

ประธานคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่น


เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่น ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีหน้าที่ดูแลและกำหนดทิศแผนงานของบริษัทฯ และการลงมือปฏิบัติแผนงานดังกล่าว เพื่อการเปลี่ยนผ่านและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทผ่านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่เหมาะสมกับงาน โดยสมาชิกของคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่น ประกอบไปด้วยกรรมการอิสระสามท่าน ซึ่งทั้งสามล้วนมีความรู้และประสบการณ์งานที่เกี่ยวข้องและเหมาะสม และมีความเข้าใจในธุรกิจของกลุ่มบริษัทโดยถ่องแท้

คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรของคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่น โดยดำเนินงานสอดคล้องกับการจัดลำดับความสำคัญทางธุรกิจในปัจจุบันของกลุ่มบริษัทซึ่งพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท ในปี 2568 คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้มีการจัดประชุมเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดยกรรมการทุกท่านได้เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง และมีการจัดทำรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นจำนวน 2 ฉบับ

กิจกรรมสำคัญของคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่น ประกอบไปด้วย:

  1. ประเมินและพิจารณาสถานะการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัทสู่การดิจิทัลไลเซชั่น โดยพิจารณาการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มบริษัทตั้งแต่ปี 2557 จนถึง 2568 โดยคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นเข้าใจถึงความซับซ้อนและความท้าทายจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่การดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเผชิญ โดยมีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตดังนี้
    1. การลด/จำกัดการปรับซอฟท์แวร์เพื่อให้เข้ากับงานของบริษัทฯ โดยเฉพาะ (Customization): การปรับซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ให้เป็นซอฟท์แวร์เฉพาะด้านที่เหมาะกับงานของบริษัทฯ มากเกินไปอาจนำไปสู่ต้นทุนและความยากในการพัฒนา ปรับปรุง และดูแลที่เพิ่มสูงขึ้น
    2. การพึ่งพาระบบ SAP ที่มากจนเกินไป: การมุ่งเน้นพึ่งพาระบบ SAP มากจนเกินไปอาจทำให้ข้อมูลนอกเหนือจากข้อมูลที่มีโครงสร้างและขั้นตอนดำเนินงานบางอย่างที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ SAP อาจถูกละเลยหรือไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างเพียงพอ
    3. ธุรกิจเป็นหนึ่ง: การเลือกนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทต้องเป็นประโยชน์อย่างเห็นได้ชัดต่อธุรกิจของกลุ่มบริษัทเป็นอันดับแรก โดยต้องไม่ให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมเพื่อความก้าวหน้าทางนวัตกรรมเพียงอย่างเดียวมากไปกว่าประโยชน์ทางธุรกิจ
  2. คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นเสนอแนะให้มีการจัดทำโครงสร้างการดำเนินงานแบบ “วางแผนและลงมือ” โดยปี 2568 เป็นปีเพื่อการวางแผน และปี 2569 เป็นปีของการลงมือ

    2025 – วางแผน: คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้มีการดำเนินการประเมินผลกระทบและต้นทุนที่ต้องใช้ในการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรดิจิทัลของกลุ่มบริษัท โดยได้มีการอนุมัติโครงการตัวอย่างจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นการปูทาง โดยคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นเสนอแนะให้ทุกภาคส่วนธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีการจัดทำแผนงานเกี่ยวกับการใช้ AI และการเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรดิจิทัลในแผนยุทธศาสตร์ของตนเองด้วย

    2026 – ลงมือ: คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นเสนอแนะให้ปี 2569 เป็นปีที่ริเริ่มการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ โดยโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรดิจิทัลทั้งหมดควรเริ่มเห็นผลลัพท์ในปี 2026 เช่น การใช้ Generative AI ในระบบงานจัดซื้อ

  3. คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้ประเมินและทบทวนสิ่งที่จำเป็นต่อ (1) การจัดทำแผนงานการเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรดิจิทัลแบบทั่วทั้งองค์กร (2) การเปลี่ยนผ่านระบบงานจัดซื้อไปสู่ระบบงานจัดซื้อดิจิทัล โดยคณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้พิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการด้านดิจิทัลชั้นนำเพื่อมาร่วมปรับปรุงระบบงานจัดซื้อโดยพิจารณาจากด้าน 1. ศักยภาพทางเทคนิค 2. เสียงตอบรับจากลูกค้าเจ้าอื่น ๆ 3. ข้อเสนอจากผู้ให้บริการดังกล่าว 4. เงื่อนไขทางธุรกิจต่าง ๆ
  4. คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นได้ทบทวนแผนงานดิจิทัลของกลุ่มบริษัทในหลายมิติ ดังนี้
    1. การดำเนินงาน / การผลิต: จากการเยี่ยมชมดูงานผู้ผลิตซีเมนต์และงานด้านเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศจีน และการหารือร่วมกับผู้ผลิตเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย บริษัทภายในกลุ่มได้มีการจัดทำแผนงาน 3 – 5 ปีเพื่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ
    2. งานด้านการค้าและโลจิสติกส์: หนึ่งในการดำเนินงานสำคัญคือ การทบทวนขั้นตอนในงานธุรกิจต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งด้านการค้าและโลจิสติกส์ก่อนที่จะมีการนำเทคโนโลยีหรือแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ มาใช้
    3. แอปพลิเคชั่น และ AI: สถาปัตยกรรมข้อมูล การกำกับดูแล และการริเริ่มใช้งานขั้นต้นสำหรับแอปพลิเคชั่นใหม่ ๆ และ AI ซึ่งเริ่มจากระดับบริหาร เป็นผู้เบิกทางให้กับการเปลี่ยนผ่านขององค์กรต่อไป
    4. การนำ AI มาใช้: มีการจัดโครงการฝึกอบรมและเพิ่มความตระหนักรู้ต่อการใช้ AI สำหรับพนักงานกว่า 1,133 คนทั่วทั้งกลุ่มบริษัท และการฝึกอบรมอีกหลายรายการสำหรับผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทย่อยต่าง ๆ โดยในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทมีการใช้ Natural Language AI สำหรับงานการค้าและโลจิสติกส์
    5. คู่มือแนวทางการใช้ Generative AI: มีการจัดทำคู่มือแนวทางการใช้ Generative AI สำหรับพนักงาน โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบ e-learning
    6. SAP S4/HANA: กลุ่มบริษัทได้มีการยกระดับสู่ระบบ S4/HANA โดยระบบได้เปิดให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 2568 เวลา 12.00น.

โดยสรุปแล้ว คณะกรรมการเทคโนโลยีและดิจิทัลไลเซชั่นเชื่อมั่นว่า การดำเนินงานที่ผ่านมา เป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการทบทวนสถานะการเปลี่ยนผ่านขององค์กรสู่องค์กรดิจิทัล และได้ให้การสนับสนุนด้านการกำกับดูแลและกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เพื่อประโยชนสูงสุดต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เป็นอย่างดี