แม้ว่ากระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของกลุ่มบริษัทฯ จะใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบแห้ง (Dry Process) ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น แต่กลุ่มบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้กำหนดเป้าหมายในการลดการใช้น้ำจำเพาะ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาแหล่งน้ำใต้ดิน และลดความเสี่ยงด้านน้ำที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

ภาพในปี 2573 เทียบกับปีฐาน 2563
| ตัวชี้วัด | ปีฐาน 2563 |
2566 | 2567 | 2568 | เป้าหมาย 2573 |
|---|---|---|---|---|---|
|
การใช้น้ำจำเพาะ (ลิตร/ตันปูนซีเมนต์)
|
301 | 248 | 246 | 248 | 240 |
|
สัดส่วนการใช้น้ำผิวดิน (%)
|
2 | 38 | 37.5 | 39.9 | 45 |
หมายเหตุ:
กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำและลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว แม้ว่ากระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของบริษัทฯ จะใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบแห้ง (Dry Process) ซึ่งมีความต้องการใช้น้ำในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น แต่บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการติดตาม ตรวจวัด และประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบและเกิดประโยชน์สูงสุด
ในปี 2568 โรงงานในกลุ่มธุรกิจผลิตปูนซีเมนต์ของบริษัทฯ ร้อยละ 100 ในประเทศไทย เวียดนาม บังกลาเทศ และศรีลังกา มีแผนการบริหารจัดการน้ำที่ครอบคลุมการวัดและติดตามปริมาณการใช้น้ำ การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ และการดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไม่มีพื้นที่ปฏิบัติงานแห่งใดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ (Water-Stressed Areas) หรือประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง
กลุ่มบริษัทฯ นำแนวทางและเครื่องมือวิเคราะห์ของ Global Cement and Concrete Association (GCCA) มาใช้ในการระบุและติดตามจุดที่อาจเกิดการสูญเสียน้ำ เพื่อค้นหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและใช้ทรัพยากรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำภายในพื้นที่โรงงานในแต่ละประเทศ เพื่อกักเก็บน้ำผิวดินจากบ่อน้ำขุด บ่อเหมือง และน้ำฝนสำหรับใช้ในกระบวนการผลิต ช่วยให้มั่นใจได้ว่ามีน้ำเพียงพอต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งลดการพึ่งพาแหล่งน้ำใต้ดิน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ ปี 2573
เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โรงงานทุกแห่งในกลุ่มธุรกิจผลิตปูนซีเมนต์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ ทำหน้าที่กำกับ ดูแล และติดตามผลการดำเนินงานด้านน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีภารกิจสำคัญ ดังนี้
กระบวนการดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนงานและมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ รวมถึงผลักดันการดำเนินโครงการที่ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ การเพิ่มการใช้แหล่งน้ำผิวดิน และการลดการพึ่งพาน้ำใต้ดิน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการติดตามผลการดำเนินงานและทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง และให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานด้านคุณภาพน้ำที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมดำเนินการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียและติดตามคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งจากการดำเนินงานเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ไม่มีกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด ใบอนุญาต หรือมาตรฐานด้านคุณภาพและปริมาณน้ำ (0 กรณี) สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและการควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ เป็นสมาชิกของสมาคมปูนซีเมนต์และคอนกรีตโลก (Global Cement and Concrete Association: GCCA) และดำเนินงานตามแนวทางด้านความยั่งยืนของ GCCA โดยมีการติดตามและรายงานข้อมูลการใช้น้ำตามตัวชี้วัดสำคัญอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการในจังหวัดสระบุรี ข้อมูลการใช้น้ำได้รับการตรวจสอบภายใต้กระบวนการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งดำเนินการทวนสอบตามข้อกำหนดเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับปูนซีเมนต์ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
ในปี 2568 โรงงานสระบุรี ประเทศไทย ไม่ได้กำหนดตัวชี้วัดความเข้มการใช้น้ำของกิจกรรมเหมือง (Mining Production Water Consumption/Withdrawal Intensity) เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเก็บรวบรวมและติดตามข้อมูลปริมาณการใช้น้ำ รวมถึงปริมาณวัตถุดิบที่ผลิตจากกิจกรรมเหมือง เช่น หินปูนและหินดินดาน อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถคำนวณและเปิดเผยค่าความเข้มการใช้น้ำของกิจกรรมเหมืองสำหรับปีรายงานและข้อมูลย้อนหลังได้ โดยน้ำที่ใช้ในกิจกรรมเหมืองส่วนใหญ่เป็นน้ำผิวดิน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของบริษัทในการลดการพึ่งพาน้ำบาดาลและส่งเสริมการใช้น้ำจากแหล่งน้ำทางเลือกอย่างยั่งยืน ข้อมูลดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพการใช้น้ำ ติดตามแนวโน้มการดำเนินงาน และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อลดความเสี่ยงด้านน้ำในระยะยาว
ข้อมูลความเข้มของการใช้น้ำของกิจกรรมเหมือง ของโรงงานสระบุรี ประเทศไทย (Mining Production Water Consumption/Withdrawal Intensity)
| ตัวชี้วัด | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
|
การใช้น้ำต่อหน่วยการผลิตของเหมือง (ลิตร/ตัน)
|
12.0 - |
14.5 +20.8% จากปีก่อน |
12.6 -13.1% จากปีก่อน |
โรงงานปูนซีเมนต์ของกลุ่มบริษัทฯ ใช้กระบวนการผลิตแบบแห้ง (Dry Process) จึงไม่มีการระบายน้ำเสียจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ออกสู่ภายนอก
ตารางที่ 1: ปริมาณน้ำทิ้งแยกตามแหล่ง (ลูกบาศก์เมตร)
| แหล่งรองรับ | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| แหล่งน้ำผิวดิน ([ชื่อแหล่งรองรับ]) | N/A | N/A | 475,987 |
| แหล่งน้ำใต้ดิน | N/A | N/A | 0 |
| ทะเล | N/A | N/A | 0 |
| ระบบบำบัดภายนอก (Third-party) | N/A | N/A | 0 |
| รวมปริมาณน้ำทิ้ง | 907,000 | 662,424 | 475,987 |
หมายเหตุ: (1) ครอบคลุมธุรกิจปูนซีเมนต์ของกลุ่มบริษัทฯ ในประเทศไทย เวียดนาม บังกลาเทศ และศรีลังกา และธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากความร้อนทิ้ง (2) เริ่มเปิดเผยข้อมูลแยกตามแหล่งรองรับในปี 2568 (3) ที่มา: ESG Data 2025 หน้า 11
ตารางที่ 2: ปริมาณน้ำทิ้งภายในโรงงานสระบุรี (ลูกบาศก์เมตร)
| ปริมาณน้ำทิ้ง (m3/y) | |||
|---|---|---|---|
| Plant | 2566 | 2567 | 2568 |
| รวม | 192,459.64 | 164,325.45 | 136,793.80 |
ตารางที่ 3: คุณภาพน้ำทิ้ง ณ จุดระบาย โรงงานสระบุรี (ค่าเฉลี่ยรายปี)
| พารามิเตอร์ (หน่วย) | ค่ามาตรฐาน * | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| pH | <5.0-9.0 | 7.7 | 8.0 | 8.0 |
| COD (mg/L) | <120 | 88.1 | 89.6 | 65.3 |
| TSS (mg/L) | <50 | 22.9 | 27.6 | 24.0 |
| TDS (mg/L) | - | - | - | - |
| TKN (mg/L) | - | - | - | - |
ตารางที่ 4 : COD Load Intensity ณ จุดระบาย โรงงานสระบุรี
รายงานคำนวณจากน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดจากกิจกรรมการอุปโภคบริโภคภายในโรงงาน โดยแสดงจากผลที่คำนวณได้ ค่า COD Load Intensity ตามตารางด้านล่าง โดยค่า COD Load คำนวณจากค่า COD เฉลี่ยรายปีของน้ำทิ้งหลังการบำบัด (mg/L) คูณด้วยปริมาณน้ำทิ้งที่ระบายออกจากระบบบำบัด (m³/ปี) และแปลงหน่วยเป็นกิโลกรัม COD ต่อปี จากนั้นนำมาหารด้วยปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์ประจำปี เพื่อแสดงเป็น COD Load Intensity ในหน่วย kg COD/tonne product
| ตัวชี้วัด | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
|
ค่า COD ต่อหน่วยการผลิตปูนซีเมนต์ (kg COD/tonne cement)
|
0.00184 - |
0.00156 -15.2% จากปีก่อน |
0.00095 -39.1% จากปีก่อน |
กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของการดำเนินงานและต้นทุนทางธุรกิจในระยะยาว กลุ่มบริษัทฯ จึงดำเนินการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำอย่างเป็นระบบ โดยติดตามและประเมินต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างสม่ำเสมอ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการจัดหาแหล่งน้ำสำรอง การบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ การบริหารจัดการและบำรุงรักษาแหล่งกักเก็บน้ำ ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านน้ำที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำ ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 โรงงานสระบุรี ประเทศไทย มีต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านน้ำรวมประมาณ 9.6 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตการใช้น้ำบาดาล ค่าใช้น้ำบาดาล ค่าตรวจติดตามคุณภาพน้ำบาดาล และค่าตรวจติดตามคุณภาพน้ำทิ้ง ต้นทุนดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำบาดาล รวมถึงความเสี่ยงด้านปริมาณน้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้ เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวและเสริมสร้างความมั่นคงทางน้ำในระยะยาว กลุ่มบริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำผิวดินให้มากกว่าร้อยละ 45 ของการใช้น้ำทั้งหมด และลดการใช้น้ำจำเพาะลงมากกว่าร้อยละ 20 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2563 เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านน้ำในระยะยาว ผ่านการลงทุนและพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ และการเพิ่มแหล่งน้ำสำรองสำหรับการดำเนินงาน อาทิ โครงการปรับปรุงระบบมาตรวัดน้ำเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตามและควบคุมการใช้น้ำ การพัฒนาระบบรีไซเคิลน้ำในระบบผลิตไฟฟ้าจากความร้อนทิ้ง (Waste Heat Recovery: WHR) รวมถึงการกักเก็บและนำน้ำฝนกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิต เป็นต้น