SET : SCCC
ราคาล่าสุด 146.50 THB

การพิทักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญในเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ น้ำเป็นทรัพยากรที่จำเป็นต่อการพัฒนาและมีบทบาทสำคัญ ในการสนับสนุนความหลากหลายทางชีวภาพและชีวิตมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนน้ำยังคงเป็นอุปสรรคที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงส่งผลกระทบต่อวงจรสารอาหารในดิน พืชพรรณ และพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญ

ปัญหาเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันและ เกี่ยวข้องกับการจัดการการพังทลายของดิน รวมถึงการควบคุมคุณภาพและปริมาณของน้ำ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพจึงเป็นสิ่ง ที่ละเลยไม่ได้เราจึงต้องให้ความสำคัญกับแนวทางปฏิบัติที่ดีทีสุด เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ได้กำหนดเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ทั้ง 17 ข้อไว้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดำเนินงานร่วมกันในการสร้างความมั่นคงด้านน้ำสะอาดและสุขาภิบาลสำหรับทุกคน

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะลดการใช้น้ำจำเพาะลงมากกว่าร้อยละ 20 และเพิ่มการใช้แหล่งน้ำผิวดินเป็นมากกว่าร้อยละ 45 ภายในปี 2573 โดยดำเนินการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัทฯ มีการดำเนินงานเพื่อลดการสูญสียน้ำโดยไม่จำเป็นในระหว่างกระบวนการผลิต และมองหา โอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้ดียิ่งขึ้น

ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
2563 (ปีฐาน) 2565 2566 2567 2573
การใช้น้ำ (l/ton cem) 301 241 260 245 240
การใช้น้ำผิวดิน (%) 2 43 38 37.5 45

Remarks: The disclosed information includes the Group's cement segment, domestic and international, which includes Siam City Cement Public Company Limited, Siam City Cement (Vietnam) Limited, Siam City Cement (Bangladesh) Limited, and Siam City Cement (Lanka) Limited, and the waste heat power generation business which includes Siam City Power Company Limited. Including the joint venture company, Chip Mong Insee Cement Corporation.


กลยุทธ์

ดำเนินงานเพื่อลดการสุญเสียน้ำ โดยไม่จำเป็นในระหว่างกระบวนการผลิต
มองหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ
ปฏิบัติตามแนวทางและเครื่องมือที่กำหนดโดยสมาคมปูนซีเมนต์คอนกรีตโลก
เพิ่มความพยายามในการกักเก็บน้ำผิวดิน

แนวทางจัดการทรัพยากรน้ำ

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำท่ามกลางความท้าทายของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปัจจุบัน ในแต่ละโรงงานภายในกลุ่มบริษัทฯ ได้แวงแผนการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจนและเป็นระบบ ซึ่งรวมถึงการวัดปริมาณการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มบริษัทฯใช้แนวทางและเครื่องมือวิเคราะห์จาก Global Cement and Concrete Association (GCCA) ในการชี้จุดและติดตามความเป็นได้ของการสูญเสียน้ำเพื่อหาโอกาสในการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังมีการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่โรงงานแต่ละประเทศ เพื่อกักเก็บน้ำผิวดิน จากทั้งบ่อน้ำขุดและบ่อจากการทำเหมือง รวมถึงน้ำฝนไว้ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการทดแทนและลดการพึ่งพาน้ำใต้ผิวดินตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 ของกลุ่มบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ เพื่อกำกับ ดูแล และขับเคลื่อนการดำเนินงานและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการในจังหวัดสระบุรี ซึ่งครอบคลุมถึง

  • การทบทวนและพัฒนาแผนผังการใช้น้ำ (Water Diagram)
  • การตรวจสอบความถูกต้องของมาตรวัดน้ำและปรับปรุงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • การตรวจสอบและวิเคราะห์สมดุลน้ำ (Water Balance)
  • การทดสอบและตรวจสอบการทำงานของมาตรวัด พร้อมดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่หากชำรุด
  • การสำรวจมาตรวัดน้ำและท่อส่งน้ำ พร้อมจัดทำรายการมาตรวัดน้ำ (Water Meter List)
  • การตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำและวางแผนซ่อมบำรุงในพื้นที่วิกฤต

กระบวนการดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อจัดทำแผนการปรับปรุงหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำ และผลักดันให้เกิดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการนำทรัพยากรน้ำกลับมาใช้ใหม่ และลดการใช้น้ำที่มาจากแหล่งน้ำใต้ดิน รวมทั้งติดตามและปรับปรุงต่อเนื่อง โดยทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอให้สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เราปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานด้านคุณภาพน้ำอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการตรวจสอบการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย และค่าคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าคุณภาพน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด ทั้งนี้ การดำเนินกลุ่มธุรกิจปูนซีเมนต์ทั้งของกลุ่มบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามแนวทางด้านความยั่งยืนของสมาคมปูนซีเมนต์และคอนกรีตโลก (Global Cement and Concrete Association: GCCA) ซึ่งมีการติดตาม และรายงานข้อมูลการใช้น้ำ ครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ อีกทั้ง ข้อมูลการใช้น้ำในพื้นที่ปฏิบัติการในจังหวัดสระบุรี ได้รับการตรวจสอบภายใต้กระบวนการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ดำเนินการทวนสอบตามข้อกำหนดเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์สำเร็จรูปขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านน้ำท่านสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ SD Performance Index 2024 https://siamcitycement.com/en/esg/-esg-publications และ ESG Data Report https://investor.siamcitycement.com/storage/content/downloads/one-report/2024/20250502-sccc-esg-2024-en.pdf

ผลการดำเนินงานและแนวโน้ม

โครงการสำคัญ

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคุณภาพน้ำในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของกระบวนการผลิตและต้นทุนการดำเนินงานได้ กลุ่มบริษัทฯ จึงดำเนินการประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านน้ำอย่างเป็นระบบ โดยติดตามต้นทุนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค่าใช้จ่ายในการจัดหาน้ำสำรอง การบำบัดคุณภาพน้ำ การดูแลบ่อกักเก็บน้ำ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านน้ำในระยะยาว ผ่านการลงทุนพัฒนาระบบการจัดการน้ำในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาโครงการปรับปรุงระบบมาตรวัดน้ำ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้น้ำ การพัฒนาระบบการรีไซเคิลน้ำเสียในระบบ Waste Heat Recovery (WHR) รวมถึงการเก็บกักน้ำฝนมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิต เป็นต้น

  • โครงการปรับปรุงระบบมาตรวัดน้ำ กลุ่มบริษัทฯ มีการลงทุนปรับปรุงระบบมาตรวัดน้ำ โดยนำมอเตอร์ปรับความเร็วรอบ (Variable Speed Drive : VSD) มาใช้เพื่อปรับปรุงการไหลของน้ำ และลดการรั่วไหล อีกทั้งมีการพัฒนาแอปพลิเคชันโทรศัพท์มือถือสำหรับบันทึกค่ามาตรวัดน้ำ ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามปริมาณการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ และสะดวกกับผู้ใช้งาน ทำให้สามารถติดตามข้อมูลการใช้ทรัพยากรน้ำได้อย่างเป็นระบบ มีความแม่นยำสูง และสามารถตรวจสอบติดตามการใช้น้ำได้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น
  • โครงการแจ้งจุดรั่วซึมน้ำภายในโรงงาน กลุ่มบริษัทฯ มีการดำเนินกิจกรรมแจ้งจุดรั่วซึมน้ำภายในโรงงาน โดยเชิญชวนให้พนักงานและผู้รับเหมามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและแจ้งจุดรั่วซึมหรือรั่วไหลของน้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อกระตุ้นให้มีการแจ้งปัญหา เชิงรุกและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการครอบคลุมธุรกิจปูนซีเมนต์ของบริษัทฯ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • โครงการอ่างเก็บน้ำผิวดิน กลุ่มบริษัทฯ ได้สร้างบ่อกักเก็บน้ำเป็นแหล่งน้ำสำรองผิวดิน โดยโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการในพื้นที่ปฏิบัติการหลายแห่ง คือ จังหวัดสระบุรี จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ บ่อ Open Pit ความจุประมาณ 200,000 ลูกบาศก์เมตร และ บ่อ P8 ความจุประมาณ 25,000 ลูกบาศก์เมตร ที่ประเทศเวียดนาม ได้แก่ ในพื้นที่ท่าเรือ Cat Lai และพื้นที่โรงงาน Hiep Phuoc และที่ประเทศศรีลังกา ได้แก่ พื้นที่โรงงานปัตตาลัม ทั้งนี้ น้ำจากแหล่งสำรองน้ำผิวดินต่าง ๆ ข้างต้น จะถูกนำมาใช้ในขั้นตอนการควบคุมมลภาวะที่อาจเกิดขึ้น และควบคุมอุณหภูมิในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นการทดแทนและลดการพึ่งพาน้ำใต้ผิวดินตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ของกลุ่มบริษัทฯ ที่มุ่งส่งเสริมการใช้น้ำผิวดินให้ได้มากกว่าร้อยละ 45
  • โครงการไม่ทิ้งน้ำ (Zero Discharge) กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำจัดการน้ำเสียโดยสมบูรณ์ โดยน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตภายในพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท จะถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการบำบัดก่อนนำกลับมาใช้ซ้ำใหม่ทั้งหมด จึงทำให้ไม่มีน้ำเสียออกออกสู่แหล่งน้ำภายนอกจนเป็นศูนย์ นอกจากนี้ในพื้นที่ปฏิบัติการที่ประเทศเวียดนาม ได้จัดให้มีระบบบำบัดน้ำด้วยระบบ Waste Heat Recovery(WHR) ภายในพื้นที่ของโรงงาน Hon Chong :ซึ่งน้ำที่ใช้ในการผลิต จะได้รับการบำบัดและนำกลับมาใช้ใหม่ จำนวน 10,000–15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี และยังสามารถนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัด มาใช้ในโรงงาน Hon Chong และท่าเรือ Cat Lai กลับมาใช้ในธุรกิจอื่น ๆ ของบริษัทฯ ได้ด้วย