SET : SCCC
ราคาล่าสุด 151.50 THB

Ambition

กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง มีเจตนารมณ์ที่จะยึดมั่น เคารพ และปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ในกระบวนการทางธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความเป็นธรรม ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และมีจริยธรรม ทั้งกับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า คู่ความร่วมมือ และกลุ่มบุคคลที่ทำธุรกรรมกับกลุ่มบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังคาดหวังและส่งเสริมให้คู่ความร่วมมือทุกราย ปฏิบัติตามกฎหมายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เช่นเดียวกันกับกลุ่มบริษัทฯ ด้วย เพื่อร่วมกันสร้างความสัมพันธ์ที่นำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ภาพรวมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการสร้างสรรค์คุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (Create Value for all Stakeholders) อย่างต่อเนื่อง และดูแลให้บริษัทฯ มีแนวทางการปฏิบัติในการดูแลผู้มีส่วนได้เสียตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ และต้องมีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ระหว่างบริษัทฯ กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ชุมชนโดยรอบสถานประกอบการ สังคม ผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ ภาครัฐ รวมถึงคู่แข่ง และผู้สอบบัญชีอิสระ และที่สำคัญต้องไม่มีการกระทำใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และกำหนดมาตรการชดเชยกรณีผู้มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ

สิทธิมนุษยชน: เคารพสิทธิ เสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และร่วมสร้างชุมชนที่ยั่งยืน

กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงยึดมั่นการเคารพสิทธิมนุษยชนคือหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา เราเชื่อว่าการปฏิบัติต่อทุกคนด้วยเกียรติ ความยุติธรรม และความเคารพ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างมูลค่าในระยะยาว ความมุ่งมั่นของเราครอบคลุมทั้งการดำเนินงาน ห่วงโซ่คุณค่า และชุมชนที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา รวมถึงพนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และชุมชน

เรายึดมั่นในสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน และ มีนโยบายไม่อย่างเด็ดขาด (Zero-Tolerance) ต่อการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ และทาสยุคใหม่ในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่ยอมรับความหลากหลาย ปลอดภัย และให้เกียรติกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม การกลั่นแกล้ง และการปฏิบัติต่อกันอย่างไม่เป็นธรรม โดยการตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างงานและการพัฒนาบุคลากรจะพิจารณาจากความรู้ความสามารถ คุณสมบัติ ผลการปฏิบัติงาน และความจำเป็นทางธุรกิจเป็นสำคัญ

เรายึดมั่นในหลักการค่าตอบแทนที่เท่าเทียมกันสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน และมุ่งมั่นในการดำเนินแนวทางด้านค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและปราศจากการเลือกปฏิบัติ การกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาจากลักษณะและความรับผิดชอบของงาน คุณวุฒิ ทักษะ ประสบการณ์ ผลการปฏิบัติงาน และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดด้านแรงงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มบริษัทจะไม่เลือกปฏิบัติในการกำหนดค่าตอบแทน

กลุ่มบริษัทฯ มีการระบุและประเมินประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน กิจกรรมทางธุรกิจ และห่วงโซ่คุณค่า ผ่านกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย ประเด็นดังกล่าวจะครอบคลุมถึงสิทธิและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อพนักงาน การไม่เลือกปฏิบัติ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย การปฏิบัติต่อคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างมีความรับผิดชอบ ตลอดจนสิทธิของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ยึดมั่นการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบข้อกังวลและความคาดหวัง และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการกำหนดและพัฒนามาตรการป้องกันและลดผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัทฯ ยังยึดมั่นในการเคารพสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติตามมาตรฐานสากล โดยบูรณาการนโยบายสิทธิมนุษยชนไว้ในจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) พร้อมทั้งสื่อสารความคาดหวังและแนวนโยบายเกี่ยวกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อาทิ พนักงาน ผู้จัดจำหน่าย ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจ ผ่านนโยบายและช่องทางการสื่อสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ จรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Conduct) นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Policy) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Procurement Policy) จรรยาบรรณสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ตลอดจนนโยบายความเป็นส่วนตัวสำหรับคู่ค้า (Privacy Policy for Suppliers)

หลักการด้านสิทธิมนุษยชนยังได้รับการบูรณาการไว้ในกระบวนการคัดเลือกและการประเมินคู่ค้าทั้งรายปัจจุบันและรายใหม่ โดยยึดหลักความเป็นธรรมและความโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกฝ่ายมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทจัดให้มีการอบรมด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของการอบรม จรรยาบรรณทางธุรกิจ (Business Code of Conduct) สำหรับพนักงานทุกคน โดยตั้งเป้าหมายให้ครอบคลุมพนักงาน 100% การอบรมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจของพนักงานเกี่ยวกับ นโยบายสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบริษัท ส่งเสริมความตระหนักและการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสนับสนุนการระบุ ประเมิน ป้องกัน และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบตลอดกระบวนการทำงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เคารพซึ่งกันและกัน และปราศจากการคุกคาม เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตรและเป็นธรรมต่อพนักงานทุกคน หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย (Head of Legal) ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกลั่นกรองที่ตรวจสอบ กรณีที่มีเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทาง INSEE Speak Up มีบทบาทสำคัญในการดูแลให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และจรรยาบรรณทางธุรกิจ รวมถึงให้คำแนะนำด้านกฎหมายและจัดการกรณีที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้ง การคุกคาม หรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสถานที่ทำงาน โดยใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน สิทธิมนุษยชน และการจัดการเรื่องร้องทุกข์ภายในองค์กร

ผู้จัดการและหัวหน้างานจะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทและความรับผิดชอบในการป้องกันและจัดการกรณีการกลั่นแกล้งและการคุกคามในสถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำประจำปีที่จัดโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยการฝึกอบรมครอบคลุมการรับและตอบสนองต่อข้อร้องเรียน การรักษาความลับ การป้องกันการตอบโต้หรือการกลั่นแกล้งผู้ร้องเรียน ตลอดจนการส่งต่อและดำเนินการกับกรณีที่ได้รับรายงานอย่างเหมาะสมตามนโยบายและแนวปฏิบัติของบริษัทตามนโยบายการแจ้งเบาะแสของบริษัทฯ

เรื่องร้องเรียนที่เข้ามาทางช่องทาง INSEE Speak Up จะถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งจะทำการสอบสวนอย่างรอบคอบ ยุติธรรม และเป็นความลับ พร้อมทั้งเสนอแนวทาง แก้ไขและป้องกันให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ปราศจากการเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง และการคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีในที่ทำงาน

เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา การมอบทุนการศึกษา โครงการพัฒนาชุมชน และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย นอกจากนี้ เรายังส่งเสริมให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียแจ้งเบาะแสหรือข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสมผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่บริษัทฯ จัดตั้งไว้ โดยทุกการร้องเรียนจะได้รับการจัดการด้วยความยุติธรรม ปกปิดเป็นความลับ ปลอดภัยจากการกลั่นแกล้งหรือการตอบโต้อย่างแน่นอน และมีการดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสมเมื่อจำเป็น

การเคารพสิทธิมนุษยชนถือเป็นส่วนสำคัญในความรับผิดชอบทางธุรกิจของเรา เราจะยังคงมุ่งมั่นยกระดับนโยบาย สร้างความตระหนักรู้ กำกับดูแล และพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนผ่านการดำเนินการต่างๆ อาทิเช่น การประชุมสหภาพแรงงาน และโครงการเยี่ยมบ้านยามเย็น เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิมนุษยชนได้รับการเคารพและคุ้มครองตลอดทุกการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของเรา

นอกจากนั้น ความปลอดภัย สุขภาพ และสุขภาวะที่ดีของทุกคนถือเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของเรา เรามีการพัฒนายกระดับการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องดูแลพนักงาน ผู้รับเหมา ผู้มาติดต่อ และชุมชนโดยรอบ เรามุ่งมั่นที่จะป้องกันการทำงานที่มีชั่วโมงการทำงานมากเกินไป โดยติดตามชั่วโมงการทำงานและการทำงานล่วงเวลาของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อบริหารจัดการภาระงาน สนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

ในขณะเดียวกัน เราเคารพในสิทธิของพนักงานในการรวมกลุ่มและการต่อรองตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งส่งเสริมการหารือที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์กับตัวแทนพนักงานและสหภาพแรงงาน

เราลงทุนในการเรียนรู้ การสร้างขีดความสามารถ การพัฒนาภาวะผู้นำ และการมอบโอกาสเติบโตในสายอาชีพ เพื่อช่วยให้บุคลากรของเราได้พัฒนาและปลดล็อกศักยภาพอย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้น นอกเหนือจากองค์กรของเราเองแล้ว เราคาดหวังให้คู่ค้า ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชน จริยธรรม และการปฏิบัติงานด้านแรงงานที่เป็นธรรมเช่นเดียวกับเรา

สิทธิและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดำเนินงานเหมือง

นอกเหนือจากการดูแลสิทธิของพนักงานภายในองค์กรแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับสิทธิของชุมชนโดยรอบสถานประกอบการ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียสำคัญที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงาน การดำเนินงานของบริษัทฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งไม่มีกลุ่มชนพื้นเมืองตามนิยามของมาตรฐาน IFC Performance Standard 7 โดยมีเพียงชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่โรงงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เคารพสิทธิมนุษยชนของชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากร วิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของชุมชน ตามนโยบายความยั่งยืนและหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน

ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกขั้นตอนของการทำเหมือง ตั้งแต่ก่อนเริ่มดำเนินการ ระหว่างการดำเนินงาน จนถึงภายหลังการทำเหมือง โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน การประเมินผล จนถึงการรับประโยชน์ และมีกระบวนการสื่อสาร รับฟังความคิดเห็น และติดตามผลที่สอดคล้องกับแต่ละช่วง

ในช่วงก่อนเริ่มทำเหมือง บริษัทฯ ให้ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นของชุมชนก่อนเริ่มโครงการใหม่หรือขยายพื้นที่ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามข้อกำหนดของ EIA และการประชุมรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านในขั้นตอนการขอประทานบัตร ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนในพื้นที่ที่ขอประทานบัตร พ.ศ. 2561 ซึ่งออกตามความในมาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560

ในระหว่างและภายหลังการทำเหมือง บริษัทฯ สร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ Evening Visit ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นประจำทุกเดือน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียน และติดตามผลจากประเด็นที่ชุมชนเคยเสนอไว้ ควบคู่กับการประชุมคณะกรรมการตำบลประจำเดือน พร้อมบันทึกและติดตามผลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ชุมชนยังสามารถแจ้งข้อกังวลได้ตลอดเวลาผ่านช่องทาง INSEE Speak Up