นายพอล ไฮนซ์ ฮูเกนโทเบลอร์

ประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2562 เป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมากต่อการดําเนินงานของบริษัทฯ ในประเทศไทยเนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจที่สําคัญของภาครัฐ ตลอดจนการเร่งรัดโครงการโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ และ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวมนั้นล้วนไม่เกิดขึ้นจริงตามที่ได้คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ เศรษฐกิจมหภาค ยังชะลอตัวลงในแต่ละไตรมาส เมื่อสิ้นปีส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ ร้อยละ 2.4 จากที่คาดการณ์ไว้ร้อยละ 3.5 - 4 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมซึ่งต่ําที่สุด ในรอบ 14 ปีที่ผ่านมา การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ดังกล่าวส่งผลให้อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ทั่วประเทศไม่มีการเติบโตเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2561 สําหรับการดําเนินงานของบริษัทฯ ในระดับภูมิภาค อาทิ ประเทศบังกลาเทศ และประเทศกัมพูชามีผลการดําเนินงานที่ดี ซึ่งสะท้อนได้จากอัตราการเติบโตของทั้งผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ในขณะที่อุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ในเวียดนามตอนใต้ลดลง อันเนื่องมาจากการชะลอของการออกใบอนุญาตโครงการก่อสร้างต่าง ๆ สําหรับประเทศศรีลังกาได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาต่าง ๆ ได้แก่ ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง การอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่น และการก่อการร้ายในกรุงโคลัมโบ ปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการอย่างมีนัยสําคัญ อีกทั้งยังเกิดผลกระทบในด้านลบต่อเศรษฐกิจมหภาค และต่ออัตราการเติบโตของอุปสงค์สําหรับวัสดุก่อสร้าง ซึ่งรวมถึงสินค้าปูนซีเมนต์เช่นกัน

การดําเนินการเพื่อรับมือกับแรงต้านทางเศรษฐกิจในตลาดที่บริษัทฯ มีการประกอบธุรกิจดังที่กล่าวมาข้างต้น ฝ่ายบริหารของบริษัทฯ จึงวางแผนและเร่งรัดมาตรการ ในการดําเนินงานเพื่อให้ผลประกอบการของทั้งกลุ่มบริษัทฯ ฟื้นตัว ตลอดจนดําเนินมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อรับมือกับผลกระทบอันเกิดขึ้นจากปัญหาอุปสงค์ชะลอตัว และแรงกดดันด้านราคา ควบคู่กับมาตรการด้านการจัดสรร เงินลงทุนสําหรับโครงการด้านการบํารุงรักษาเครื่องจักร และโครงการขยายธุรกิจอย่างรัดกุม แต่แม้ได้ดําเนินมาตรการดังกล่าวแล้วก็ตาม ผลการดําเนินงานและผลประกอบการทางการเงินของบริษัทฯ ก็มิได้ปรับตัวดีขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ โดยสิ้นปี 2562 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ จํานวน 3.2 พันล้านบาท เทียบกับจํานวน 3.0 พันล้านบาทในปี 2561 มีกระแสเงินสดจากกิจกรรมดําเนินงานจํานวน 7.6 พันล้านบาท เทียบกับจํานวน 7.0 พันล้านบาทในปี 2561 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงิน ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 76 ในการนี้ คณะกรรมการบริษัทจึงมีความยินดีที่จะเสนอการจ่ายเงินปันผลจากผลการดําเนินงานตลอดทั้งปีเป็นเงินจํานวน 8 บาทต่อหุ้นให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาและอนุมัติในการประชุมสามัญประจําปีผู้ถือหุ้น

คณะกรรมการบริษัท และฝ่ายบริหาร มีความมั่นใจว่า กลุ่มบริษัทฯ มีความพร้อมในการรับมือกับสภาพแวดล้อม ทางธุรกิจที่ยังคงมีความท้าทายอย่างต่อเนื่องในปี 2563 โดยตลอดปี 2563 จะใช้มาตรการวินัยทางการเงินที่รอบคอบ และรัดกุม ผนวกกับการปรับมาตรการทางยุทธศาสตร์และโครงสร้างทางธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลการดําเนินงานและผลประกอบการของทั้งกลุ่มบริษัทฯ

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ที่ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มบริษัทฯ ด้วยดีตลอด และขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทุ่มเทในการทําให้กลุ่มบริษัทฯ มุ่งสู่การเป็นบริษัทชั้นนําในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างระดับภูมิภาคที่ประสบความสําเร็จและมีความคล่องแคล่วในการปรับตัว และขอขอบคุณคู่ค้า ลูกค้า และชุมชนในพื้นที่ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ ได้ดําเนินกิจการสําหรับความร่วมมือและ ความไว้วางใจที่ท่านมีต่อกลุ่มบริษัทฯ เสมอมา